คลังเก็บรายเดือน: มิถุนายน 2021

การทำความสะอาดกระจกให้ห้องน้ำให้กลับมาใสกิ๊ก

           ใครที่มีห้องน้ำติดกระจกไม่ว่าจะเป็นกระจกกั้นตรงประตูห้องน้ำหรือกระจกสำหรับส่องจะเห็นได้ว่ามักจะมีค่าติดเกาะกับกระจกเต็มไปหมดซึ่งคราบดังกล่าวเหล่านั้นก็คือคราบของสบู่ที่เราใช้ในการอาบน้ำนั่นเองและแน่นอนว่า

ถ้าหากเราล้างทันทีคราบนั้นก็จะไม่ติดฝังแน่นอย่างแน่นอนแต่ถ้าเกิดว่าเราทิ้งไว้นานเกินไปถ้าแบบนั้นเวลาที่ล้างออกนั้นจะล้างออกได้ยากมากเลยทีเดียวเพราะมันจะกลายเป็นคราบที่เกาะติดฝังแน่นจนเพียงแค่เราเอาน้ำฉีดอย่างเดียวนั้นก็ไม่สามารถกำจัดคราบเหล่านี้ได้ 

       ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำคุณแม่บ้านเกี่ยวกับวิธีการทำความสะอาดกระจกขึ้นอยู่ในห้องน้ำกันให้กระจกที่มีค่าสบู่กลับมาเป็นกระจกที่มีความใสกิ๊กที่สำคัญคุณแม่บ้านไม่ต้องเสียเวลาในการกำจัดคราบนานและไม่ต้องออกแรงมากก็สามารถที่จะกำจัดคราบเหล่านั้นได้แล้วเรามาดูกันว่ามีสูตรและเคล็ดลับอย่างไรได้บ้างที่จะสามารถ กำจัดคราบฝังแน่นจากสบู่และยาสระผมให้หายไป 

       สำหรับวิธีการแรกนั้นเราจะใช้เป็นการผสมกันระหว่างน้ำส้มสายชูกับน้ำยาล้างจานซึ่งแน่นอนว่าบ้านทุกบ้านนั้นย่อมมีน้ำยาล้างจานอยู่ในครัวและมีน้ำส้มสายชูอยู่ในครัวเช่นเดียวกันดังนั้นเราสามารถผสมทั้ง 2 สิ่งนี้ด้วยสูตร 1 ต่อ 1 หลังจากที่ผสมแล้วให้นำไปใส่ในขวดสเปรย์หลังจากนั้นก็ปิดฝาและพยายามเขย่าให้น้ำส้มสายชูและน้ำยาล้างจานนั้นผสมกันจนเกิดเป็นเนื้อเดียวกันเมื่อผสมเสร็จเรียบร้อยแล้ว

แล้วก็นำขวดสเปรย์ที่เรามีการผสมน้ำยาไว้เสร็จเรียบร้อยแล้วไปฉีดตรงบริเวณที่กระจกที่เราต้องการทำความสะอาดหลังจากนั้นก็ทำการขัดทำความสะอาดแต่ถ้าหากบ้านไหนไม่มีขวดสเปรย์แล้วก็สามารถที่จะผสมใส่กะละมังหลังจากนั้นก็ใช้ฟองน้ำชุบแล้วเช็ดทำความสะอาดได้เช่นเดียวกัน 

          สำหรับสูตรเอามานั้นเราจะใช้เป็นการนำน้ำมะนาวที่มีอยู่ในครัวผสมกับเบกกิ้งโซดาที่มีอยู่ในครัวเช่นเดียวกันโดยเราใช้เพียงแบคกิ้งโซดา 1ช้อนโต๊ะเท่านั้นในขณะที่น้ำมะนาวนั้นเราอาจจะต้องใช้ปริมาณถึง 1 ถ้วยตวงเมื่อผสมกันเสร็จเรียบร้อยแล้วถ้าหากข้นมากจนเกินไปเราสามารถเติมน้ำเปล่าลงไปได้เล็กน้อยหลังจากนั้นก็นำไปใช้ทำความสะอาดกระจกรับรองได้เลยว่าสะอาดเหมือนใหม่อย่างแน่นอน

     อย่างไรก็ตามไม่ว่าคุณจะใช้สูตรไหนก็ตามแต่เมื่อคุณทำเสร็จเรียบร้อยแล้วอย่าลืมล้างด้วยน้ำสะอาดที่เป็นน้ำเปล่าใหม่อีกครั้งหนึ่งแล้วทำการเช็ดกระจกให้แห้งเพียงเท่านี้กระจกของคุณก็จะใหม่กิ๊กอย่างแน่นอน 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.      sa gaming เข้าสู่ระบบ

การดูแลพื้นไม้ ให้สะอาด 

           ปัจจุบันในประเทศไทยการสร้างบ้านนั้นจะทำ 2 แบบนั่นก็คือวัสดุที่สร้างมาจากปูนและวัสดุที่สร้างมาจากไม้ซึ่งแน่นอนว่าบ้านแต่ละหลังก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของบ้านนั้นชื่นชอบบ้านแบบไม้หรือบ้านแบบปูน  อย่างไรก็ตามในสมัยโบราณนั้นส่วนใหญ่แล้วจะมีการสร้างบ้านมาจากไม้เนื่องจากว่าต้นไม้ขนาดใหญ่พอที่จะสร้างบ้านนั้นหาง่ายและไม่ต้องเสียเงินในการหาซื้อ

        ปัจจุบันนั้นการสร้างบ้านแบบปูนจะช่วยทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าเนื่องจากว่าต้นไม้เป็นสิ่งที่หายากปัจจุบันนี้มีการรณรงค์เกี่ยวกับเรื่องของการตัดต้นไม้และถ้าหากเราไปตัดเองตามป่าก็จะทำผิดกฎหมายซึ่งอาจจะทำให้ถูกจับได้และการซื้อไม้มาสร้างบ้านนั้นก็ใช้เงินเป็นจำนวนมากทำให้เพื่อความประหยัดคนในปัจจุบันจึงมักสร้างบ้านแบบปูนนั้นเอง

     แต่สำหรับปัญหาของคนที่มีบ้านเป็นไม้คุณจะเห็นได้ว่าถ้าหากมีอายุการใช้งานต่อไปเรื่อยๆก็จะมีร่องรอยของการถูกขีดข่วนไม้ของคุณนั้นก็จะมีลวดลายซึ่งไม่สวยงามดังนั้นวันนี้เราจะมาดูวิธีแก้ไขปัญหารอยขีดข่วนบนพื้นไม้ของคุณให้กลับมาดูดีได้เหมือนเดิม 

       อย่างไรก็ตามการลบรอยขีดขูดพื้นไม้ของเราให้กลับมาสวยงามดังเดิมนั้นมันไม่สามารถทำได้อยู่แล้วเพียงแต่ว่าเราสามารถที่จะทำให้รอยต่อต่างๆเหล่านั้นลดลงไปได้และอาจจะยับยั้งไม่ให้มีโอกาสเกิดริ้วรอยขึ้นมาใหม่เพิ่มเติมได้ซึ่งวิธีการแรกนั้นก็คือการใช้นำส้มสายชูผสมกับน้ำมันพืชเช็ดทำความสะอาดพื้นไม้ของบ้านของเราโดยอัตราส่วนในการผสมนั้นให้ผสมในอัตราส่วนที่เท่ากัน 1 ต่อ 1 หลังจากนั้นเราก็หาผ้าสะอาดมาชุบน้ำยาที่เราผสมแล้วเช็ดตามพื้นตามปกติซึ่งมันจะสามารถทำให้พื้นไม้ของเราที่มีร่องรอยของการขูดขีดไม่เรียบนั้นกลายมาเป็นพื้นที่เรียบเนียนได้

       นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดจากส่วนผสมที่ทำมาจากน้ำมะนาวและน้ำมันมะกอกผสมกับน้ำเปล่า 3 ส่วนเท่าๆกันเอาไว้เช็ดทำความสะอาดพื้นได้เช่นเดียวกันซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากมีคราบสกปรกฝังแน่นตามร่องไม้น้ำยาที่เรามีการผสมทั้ง 3 ส่วนนี้จะสามารถช่วยกำจัดคราบต่างๆเหล่านั้นได้

          ถ้าหากพื้นไม้ของเรามีค่าเป็นพวกคราบน้ำมันเกาะติดกับพื้นไม้สามารถใช้เกลือลอยไปตรงบริเวณที่เกิดคราบน้ำมันแล้วทิ้งไว้ประมาณซัก 15 นาทีเพื่อให้เกลือนั้นดูดซับคราบน้ำมันเหล่านั้นหลังจากนั้นก็ใช้ผ้าชุบน้ำทำความสะอาดตรงบริเวณที่เป็นคราบน้ำมันตามปกติเพียงเท่านี้ครับต่างๆบริเวณพื้นไม้ของเราก็จะหายไปและกลับมาใช้งานได้ตามปกติ

       อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นการกำจัดคราบโดยวิธีการใดก็แล้วแต่หลังจากที่คุณเช็ดด้วยน้ำยาต่างๆหรือโรยด้วยเกลือเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็อย่าลืมถูพื้นทำความสะอาดบ้านตามปกติซึ่งวัสดุที่ใช้นั้นควรเป็นผ้าที่มีความนุ่มเพื่อป้องกันที่จะทำให้พื้นบ้านเกิดรอยขีดข่วนได้นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย    ติดต่อ ufabet

ถุงมือยางทำความสะอาดอย่างไรถึงจะสามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน

          ปัจจุบันถุงมือยางมีความจำเป็นต่อการใช้งานของคนเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เราต้องใช้ถุงมือยางสวมถุงมือในการทำความสะอาดห้องน้ำหรือแม้แต่การทำความสะอาดบ้านอยู่ในครัวเพราะการที่เราใส่ถุงมือยางนั้นมันจะสามารถช่วยป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดกับมือเราได้

ในขณะที่เราทำงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการป้องกันน้ำยาที่เราใช้ในการทำความสะอาดจะมากัดผิวตรงบริเวณมือของเราเพื่อป้องกันการเกิดการแพ้น้ำยาทำความสะอาดหรือแม้แต่การใส่ถุงมือเพื่อทำการป้องกันสิ่งสกปรกพี่อาจจะเปลี่ยนมือได้นั่นเอง

      อย่างไรก็ตามการใช้ถุงมือในแต่ละครั้งนั้นมักจะเกิดปัญหาถุงมือเปียกหรือไม่ก็เมื่อมีการใช้งานไปนานๆอาจจะทำให้ถุงมือนั้นมีกลิ่นหรือบางทีความชื้นจากการที่เราใช้งานถุงมืออาจจะทำให้เกิดเชื้อราได้ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำถึงวิธีการทำความสะอาดถุงมือให้ว่าทำยังไงถึงมือของเรานั้นจะสามารถยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้นนั่นเอง 

       หลังจากที่เรามีการใช้งานถุงมือยางเสร็จเรียบร้อยแล้วเราจำเป็นที่จะต้องนำถุงมือยางนั้นมาล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่งโดยล้างทั้งข้างนอกและข้างในเมื่อเห็นว่าสะอาดเรียบร้อยแล้วให้เรานำไปตากผึ่งลมไอแห้งให้สนิทโดยให้แห้งทั้งด้านนอกและด้านใน และที่สำคัญห้ามนำไปผึ่งแดดอย่างเด็ดขาดเพราะมันจะทำให้ถุงมือยางของคุณนั้นกรอบและเสื่อมประสิทธิภาพได้เร็วขึ้น

       นอกจากนี้หลังจากที่มีการตากถุงมือจนแห้งทั้งด้านนอกด้านในเสร็จเรียบร้อยแล้วคุณควรที่จะนำถุงมือยางของคนนั้นไปเก็บในพื้นที่ที่มีความมิดชิด  โดยห้ามโดนแสงแดดและให้เก็บไว้ห่างจากความร้อนที่สำคัญอย่าเก็บไว้ใกล้กับภาชนะที่เป็นของแหลมและของมีคมเพราะมันอาจจะทำให้ถุงยางของคุณไปโดนอุปกรณ์เหล่านั้นแล้วเกิดการฉีกขาดๆ

      เวลาที่คุณใช้ถุงมือยางนั้นควรจะต้องมีการแยกถุงมือยางในการทำความสะอาดแต่ละที่เช่นการใช้ถุงมือยางทำความสะอาดในห้องน้ำก็จะต้องใช้อีกคู่หนึ่งหรือใช้ใส่ถุงมือยางในการทำความสะอาดในห้องครัวก็ควรจะใช้อีกคู่หนึ่งอย่าใช้งานประกนกันและที่สำคัญคุณควรจะแยกสีถุงมือยางว่าสีไหนเอาไว้ใช้ทำความสะอาดห้องไหน  แยกการใช้งานแต่ละที่คนละสีจะส่งผลดีมาก  เพื่อที่คุณจะได้ไม่เกิดความสับสนนั่นเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    gclub online ผ่านเว็บ