คลังเก็บรายเดือน: กรกฎาคม 2021

จะรู้ได้อย่างไรว่าไฟฟ้าในบ้านของเรารั่วหรือไม่ 

           ไฟฟ้าในบ้านของเรารั่ว สำหรับเรื่องของการจัดการปัญหาภายในบ้านแล้ว อย่างหนึ่งที่เราไม่อยากให้บ้านของเรามีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นเลยนั่นก็คือ การที่มีปัญหาไฟไหม้  หรือมีไฟฟ้ารั่วภายในบ้าน เพราะว่าปัญหานี้คือ ปัญหาที่ร้ายแรงอย่างมากเลยทีเดียว  และเชื่อว่าทุกคนก็คงไม่อยากให้บ้านของตัวเองเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นอย่างแน่นอน 

          อย่างไรก็ตามสำหรับปัญหาไฟไหม้นั้น เราสามารถเพิ่มการระมัดระวังเกี่ยวกับการใช้ไฟได้ แต่สำหรับปัญหาไฟฟ่ารั่วแล้วล่ะก็ บางครั้งเราเองทั้งที่อยู่ภายในบ้านก็ไม่อาจที่จะรู้ได้ เพราะมันเป็นเรื่องที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ ถึงแม้ว่าเราจะพยายามใส่ใจมากแค่ไหนก็ตาม เราจะรู้ว่ามีไฟรั่วก็ต่อเมื่อมีการเกิดไฟฟ้าช๊อตแล้วนั่นเอง 

      อย่างไรก็ตามปัญหาไฟรั่วนั้น ไฟฟ้าในบ้านของเรารั่ว นับเป็นปัญหาที่มีความอัตราย ร้ายแรงเป็นอย่างมาก เพราะหากรั่วใส่คนก็อาจจะส่งผลทำให้คนเสียชีวิตได้ แต่หากรั่วกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอาจจะทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าพัง และที่สำคัญเราอาจจจะเจอกับปัญหาไฟไหม้บ้านได้ ดังนั้เราจึงต้องมีความใส่ใจเกี่ยวกับไฟฟ้าภายในบ้านของเราให้มาก เราจะมาแนะนำกันว่าหากไฟฟ้ารั่วแล้วเราจะมีวิธีการไหนที่จะทำให้เรารู้

          ให้เราลองปิดการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดแล้วหลังจากนั้นให้เราไปเช็คว่ามิเตอร์ไฟฟ้าที่เสาไฟ ยังคงทำงานอยู่หรือไม่ หากยังมีการหมุนอยู่แสดงว่ายังมีการใช้งานไฟฟ้าภายในบ้าน ดังนั้นหากเราปิดการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างแล้วสิ่งเดียวที่ทำให้มิเตอร์ยังคงทำงานได้นั่นก็คือ บ้านเรากำลังมีไฟรั่วอยู่นั่นเอง 

         อย่างไรก็ตามบางครั้งมิเตอร์อาจจะมีการหมุนช้าแล้วเราอาจจะไม่ค่อยได้สังเกตอย่างละเอียด ให้ลองจดเลขที่มิเตอร์เก็บเอาไว้ก่อน ซึ่งระหว่างนี้ก็ห้ามใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด แล้วหลังจากนี้ประมาณ 1-2 ชั่วโมงให้กลับมาดูที่มิเตอร์ใหม่ หากตัวเลขเปลี่ยนก็แสดงว่าไฟฟ้ารั่วนั่นเอง

  นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ที่สามารถวัดกระแสไฟฟ้าได้ว่า  อุปกรณ์ที่อยู่ในบ้านของเรามีไฟฟ้าหรือไม่ ด้วยการนำเอาอุปกรณ์นั้นไปแตะกับเครื่องใช้ไฟฟ้า ถ้าหากมีไฟสีแดงกระพริบขึ้นก็แสดงว่าอุปกรณ์ในบ้านชิ้นนั้นยังมีไฟฟ้าอยู่ ซึ่งอุปกรณ์นี้กำลังทำให้เกิดไฟรั่วอยู่นั่นเอง 

       อย่งไรก็ตาม ปกติแล้วหากมีปัญหาเกี่ยวกับไฟฟ้ารั่วนั้น จะส่งผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้นควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าให้รีบเข้ามาแก้ไขให้เร่งด่วนจะดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว หรือหากติดต่อการไฟฟ้าไม่ได้ก็รีบหาช่างที่เชี่ยวชาญเรื่องไฟฟ้าให้แก้ไขให้ด่วนที่สุด และระหว่างที่ยังไม่มีช่างมาซ่อมอย่าเพิ่งใช้งานไฟฟ้า

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฟรี 500

การจัดสวนที่สามารถทำการได้ง่ายและประหยัดงบด้วย

การจัดสวนประหยัดงบ เป็นสิ่งที่ได้มีความนิยมในการทำมากๆ ซึ่งเหมาะกับผู้ที่มีเวลาว่างๆไม่มีอะไรทำ หรือการที่เราได้มีพื้นที่ว่างแล้วเราไม่รู้ว่าจะมีการทำอะไรกับพื้นที่นั้นดี การจัดสวนจะเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ และยังจะเป็นสิ่งที่ทำให้บ้านของเรามีความสวยงามที่เพิ่มขึ้นมากๆเลยด้วย

นอกจากนี้การที่เราได้มี การจัดสวนประหยัดงบ ยังทำให้เราสามารถที่จะมีความผ่อนคลายที่เพิ่มมากขึ้นได้เป็นอย่างดีมากๆเลยด้วย และเรายังจะสามารถทำการจัดสวนเองได้ง่ายๆ แบบประหยัดงบด้วย วิธีในการจัดสวนแบบง่ายที่จะทำให้เราสามารถทำการจัดสวนที่มีความสวยงามได้ด้วยตนเองง่ายๆด้วยวิธีการจัดสวนดังนี้

1.การที่จะทำการจัดโดยใช้ดอกไม้สีสดๆ

ดอกไม้จะเป็นสิ่งที่ทำให้สวนของเรามีความน่าสนใจที่เพิ่มมากขึ้น และยังจะทำให้สวยของเรามีบรรยากาศดีๆด้วย ซึ่งจะเป็นสิ่งที่จะมีการเพิ่มความน่าสนใจให้กับสวนของเราได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้การที่เราได้มีการใช้ดอกไม้ที่มีสีสดใสในการตกแต่งสวนของเรายังจะทำให้สวนของเราดูมีเนื้อที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

2.การที่เราจะทำการใช้ก้อนหินในการตัดขอบ

การที่เราจะทำการใช้ก้อนหินจะเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการที่เราจะทำการตัดขอบของสวนของเรา และในการที่เราจะทำการใช้ก้อนหินในการตกแต่งยังจะเป็นสิ่งที่ทำให้สวนของเรามีการแบ่งพื้นที่ในการจัดได้อย่างมีความชัดเจนได้ง่ายและดีมากๆเลย ซึ่งในการที่เราจะทำการจัดวางหินที่สวนของเรานั้น เราก็ควรที่จะมีการเลือกใช้หินที่ได้มีลักษณ์ที่เหมือนกับต้นไม้ของเรา เพื่อที่จะทำให้สวนของเราเป็นระเบียบ และมีความสวยงามเพิ่มขึ้นมากๆ นอกจากนี้ก้อนหินจะมีราคาที่ถูกด้วย

3.การที่เราจะทำการปลูกต้นไม้ก่อนซื้อต้นไม้มาลง

ถ้าเราไม่ได้มีการรีบที่จะทำให้สวนของเราเสร็จไว้ๆนั้น การปลูกต้นไม้ก่อนการที่เราจะมีการซื้อต้นไม้ต่างๆมาลงจะทำให้เรามีความอยากที่จะดูแลรักษาสวนของเรามากกว่าการที่เราได้มีการซื้อต้นไม้มาปลูกด้วย

4.การที่เราจะทำการใส่ปุ๋ย

ซึ่งปุ๋ยจะเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อสวนของเรามากๆ เพราะว่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้สวนของเรามีความสวยงาม และจะเป็นสิ่งที่ทำให้ดินของเรามีสารอาหารที่เพิ่มมากขึ้นด้วย

 

ขอบคุณ  sexybaccarat   ที่ให้การสนับสนุน

สไตล์การตกแต่งห้องนอนด้วยวอลเปเปอร์ต่างๆ

การตกแต่งห้องนอน วอลเปเปอร์จะเป็นสิ่งที่เรานำมาทำการติดตกแต่งห้องของเรา เพื่อที่จะทำให้ห้องของเราดูน่าอยู่ และมีบรรยากาศดีที่ดีมากขึ้น หรือจะเป็นสิ่งที่เราจะทำการติดเพื่อทำการเปลี่ยนสี หรือเปลี่ยนสไตล์ให้กับห้องนอนของเราให้ดูมีความน่าสนใจและเป็นการสร้างบรรยากาศให้กับห้องนอนของเรา

ซึ่งวอลเปเปอร์จะมีลวดลาย และสีต่างๆให้เราได้เลือกใช้มากมายหลายแบบเลย โดยที่วอลเปเปอร์นั้นเราจะสามารถทำการนำมาตกแต่งห้องได้มากมายดังนี้

  1. การที่เราจะทำการตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์ที่เป็นสีเทา

การที่เราได้ทำการตกแต่งห้องด้วยวอลเปเปอร์ที่เป็นสีเทานั้น จะทำให้ห้องของเราได้บรรยากาศแบบโมเดิร์นมาก โดยที่เราจะสามารถทำการออกแบบในการติดวอลเปเปอร์เองได้เลย เช่นการที่เราจะทำการตกแต่งด้วยสีเทาที่ไม่มีลวดลายเราก็จะสามารถทำการตกแต่งให้ห้องของเราดูมีมิติได้ด้วย การที่เราจะนำสีเทาที่เข้มกว่าทำการติดไว้ที่กลางห้อง และทำการติดวอลเปเปอร์สีเทาที่อ่อนกว่าติดไว้รอบห้อง จะทำให้ห้องของเราดูมีมิติได้ง่ายๆเลย

  1. การที่เราจะทำการใช้วอลเปเปอร์ลายธรรมชาติในการตกแต่ง

การตกแต่งห้องนอน จะเป็นวอลเปเปอร์แบบธรรมชาติที่จะทำให้ห้องของเราดุมีความดิบมากขึ้น แต่จะดูมีความเป็นธรรมชาติ เช่นการที่เราจะทำการตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์ที่มีลวดลายเป็นอิฐแต่จะมีสีอ่อน ที่จะทำให้ห้องของเรานั้นรู้สึกสบายตา ปลอดโปร่ง และยังจะทำให้ห้องของเราดูอึดอัดน้อยลงกว่าเดิมด้วย

  1. การที่เราจะทำการตกแต่งห้องนอนด้วยวอลเปเปอร์สวยๆ

เหมาะกับผู้คนที่ชื่นชอบในความสดใส หรือมีความชื่นชอบกับสิ่งที่น่ารัก การที่เราทำการใช้วอลเปเปอร์ที่เป็นลายแผนที่ที่มีสีน่านักนั้น ก็จะเป็นอีกสิ่งที่เราจะสามารถทำการนำมาตกแต่งห้องของเรา เพื่อที่จะเพิ่มความสดใสและโดดเด่ยได้เป็นอย่างดีเลย

  1. การที่เราจะทำการตกแต่งโดยที่ใช้วอลเปเปอร์ลายปูนเปลือย

จะเป็นการที่เราจะทำการติดวอลเปเปอร์ที่จะทำให้ห้องของเราดูมีความเท่ มีความดิบ และยิ่งเราทำการตกแต่งวอลเปเปอร์ที่เป็นปูลเปลือยสีเทา และทำการตัดด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นไม้ จะทำให้ห้องของเราดูมีความเท่ ดิบ แต่จะมีความอบอุ่น และความลอฟท์เข้าในการตกแต่งด้วย

 

สนับสนุนโดย.    gclubฟรี500

วิธีในการที่เราจะทำการเลือกพื้นที่ที่ใช้ใน การปลูกผักสวนครัว

การที่เรามีพื้นที่เหลือว่างนั้น การปลูกผักสวนครัว เราก็อาจจะทำการหาอะไรทำกับพื้นที่ที่ว่างของเรา แล้วการที่เราจะมีการทำสวน หรือการที่เราจะทำการปลูกผักนั้น ก็จะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำการได้ และการที่เราทำการปลูกผัก หรือทำสวนนั้น เราก็จำเป็นที่จะต้องมีการใช้พื้นที่ว่างในการทำด้วย 

ซึ่งเป็นสิ่งที่เหมาะกับการที่เราจะทำมากๆ แต่ในการที่เราจะมีการทำการจัดสวนของเรา หรือการที่เราจะทำการปลูกผักนั้น เราก็จำเป็นที่จะต้องมีการเลือกพื้นที่ที่เราจำเป็นที่จะต้องใช้ในการปลูกผักและทำสวนของเราก่อน เพื่อที่จะทำให้ผักที่เราทำการปลูกนั้นสามารถที่จะเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี

ซึ่งพื้นที่ในการปลูกผักหรือปลูกต้นไม้นั้นก็จะเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากด้วย เพราะว่าในสภาพวาดล้อมที่ต่างกันนั้น ต้นไม้หรือผักต่างๆของเราก็อาจจะเจริญเติบโตได้ไม่เท่ากันด้วย โดยที่เราจะมีวิธีในการที่เราจะเลือกพื้นที่ที่เราจะใช้ในการปลูกผักและต้นไม้ดังนี้

  1. การที่เราจะทำการเลือกสภาพพื้นที่ในการปลูก

การปลูกผักสวนครัว พื้นที่ในการที่เจะทำการปลูกนั้นก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอีกสิ่ง เช่นในการที่เราจะทำการปลูกผักสวนครัวเราก็จะสามารถทำการปลูกได้ในพื้นที่ที่เป็นแนวราบหรือมีความสม่ำเสมอ ก็สามารถที่จะทำการปลูกได้แล้ว แต่ถ้าจะเป็นการปลูกที่ดีกว่านั้นจะเป็นพื้นที่ที่เทลาดลงไปเล็กน้อย เพื่อที่จะทำให้น้ำที่เราทำการลดต้นไม้ไปนั้น ระบายออกได้เป็นอย่างดีมากที่สุด หรือจะเป็นพื้นที่ที่น้ำสามารถทำการระบายออกได้ดีที่สุดนั้นเอง

  1. การที่เราจะทำการเช็คลักษณะของดิน

จะเป็นการที่เราจะทำการเช็คว่าดินในพื้นที่ที่เราจะทำการปลูกผักหรือต้นไม้ของเรานั้น ได้มีความอุดมสมบูรณ์มากหรือน้อยเพียงใด และถ้าเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์มากนั้น ผักของเราจะมีการเจริญเติบได้ดีมากขึ้นเท่านั้น นอกจากการที่ผักของเราสามารถทำการเจริญเติบโตได้เร็วแล้วนั้น ผักของเรายังจะสามารถทำการต้านทานแมลง หรือโรคต่างๆได้ด้วย และดินที่เราควรที่จะทำการปลูกผักนั้นก็จะเป็นดินร่วน ที่มีการระบายน้ำได้ดีนั้นเอง

 

สนับสนุนโดย.    ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

ดูแลสนามหญ้า อย่างไรให้สวยงามอยู่ทุกวัน 

          ปัจจุบันบ้านหลายหลังเพิ่มความสวยงามให้กับบ้านของตัวเอง ด้วยการทำสวนบริเวณรอบบ้านให้มีความสวยงามด้วยการปลูกหญ้า ดูแลสนามหญ้า  แน่นอนว่าการปลูกหญ้านั้นไม่ใช่ว่าปลูกแล้วจะปล่อยให้หญ้าเจริญเติบโตเอง เพราะหากปลูกแล้ว เราไม่หมั่นดูแลสนามหญ้าของเรา

ก็จะส่งผลทำให้หญ้าของเรานั้น ไม่สวยงามและอาจจะเหี่ยวตายได้ ซึ่งจะส่งผลให้บางจุดอาจจะมีหญ้าสีเขียวขึ้น แต่บางจุดจะกลายเป็นดิน ทำให้สนามหญ้าของเราไม่สวยงาม ดังนั้นครั้งนี้เราจะมาแนะนำการดูแลสนามหญ้า ว่าต้องทำอย่างไรบ้างถึงจะทำให้สนามหญ้าของเราเขียวขจี สวยงามอยู่ตลอดเวลา 

         อย่างแรกในการสร้างสนามหญ้านั้น เราจำเป็นต้องเลือกหญ้าให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่เราจะปลูก เพราะปัจจุบันประเทศไทยมีหญ้าที่เหมาะกับการปลูกเป็นสนามหญ้าถึง 4 สายพันธุ์เลยทีเดียว แต่หญ้าแต่ละสายพันธุ์นั้นก็มีลักษณะการต้อง ดูแลสนามหญ้า เอาใจใส่ที่แตกต่างกันออกไป เช่น หญ้านวลน้อย  เป็นหญ้าที่คนนิยมปลูกันเยอะ ชอบพื้นที่ที่มีแดดส่องถึงแบบจัดจัด  และจะปลูกกับดินแบบไหนก็ได้ สามารถรองรับการเหยียบได้ 

       ในขณะเดียวกัน หญ้าญี่ปุ่นที่มีลักษณะเหมือนกับหญ้านวลน้อยแต่สวยงามกว่า กลับชอบแดดไม่จัด  และยังมีหญ้ามาเลเซีย ที่สามารถอยู่ได้ไม่ว่าแดดจะจัดหรือจะเป็นแดดรำไร แต่ไม่สามารถทนการโดนเหยียบได้  และหญ้าสายพันธุ์สุดท้ายคือ หญ้าเบอร์มิวด้า  ซึ่งหญ้าชนิดนี้ จะปลูกกลางแจ้งได้ผลดี และไม่จำเป็นที่จะต้องดูแลมาก แต่จะโตเร็วมาก หากไม่มีเวลาดูแลจะทำให้สนามหญ้าดูรกทันที

      เมื่อเราเลือกหญ้าที่จะปลูกได้แล้ว  ก็ถึงขึ้นตอนการปลูกซึ่งการปลูกเราสามารถจ้างคนสวนมาทำการปลูกให้ได้ แต่เมื่อปลูกเสร็จแล้ว การดูแลนั้นจะขึ้นอยู่กับเจ้าของบ้านเอง หากเราอยากให้สนามหญ้าหน้าบ้านสวยงาม  เราควรตั้งหมั่นรดน้ำ ซึ่งเราสามารถรดน้ำแบบวันเว้นวัน หรือจะรดทุกวันก็ได้ แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการรดน้ำที่สนามหญ้ามากที่สุด คือเวลาเช้า เช่น หกโมงเช้าและไม่ควรเกิน 7 โมงเข้า 

       สำหรับการรดน้ำนั้นควรรดให้เพียงพอ อย่างรดเยอะมากไปจนน้ำเจิ่งนอง หรือไม่ควรลดน้อยไปเพราะหญ้าจะเหี่ยวได้  และรดเพียงแค่วันละครั้งเท่านั้น นอกจากนี้เราใครดูแลใส่ปุ๋ยให้กับสนามหญ้าของเรา  โดยทุกทุกหนึ่งเดือนควรใส่ปุ๋ยหนึ่งครั้ง  พร้อมกันนี้ก็ควรหมั่นดูแลหญ้าด้วยว่ามีวัชพืช มาขึ้นหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องกำจัดออกไป  

     สิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือ เราต้องหมั่นตัดหญ้าบ่อยบ่อยเพื่อให้สนามหญ้าของเราเกิดความสวยงาม  และจะได้ไม่เป็นที่อยู่ของสัตว์มีพิษ  ที่สำคัญหญ้าที่ขึ้นใหม่จะสีเขียวขจีแลดูสวยงาม 

 

สนับสนุนโดย    ufabetฝ่ายบริการ