สิ่งสำคัญของการใช้แอร์ที่จะทำให้ เราไม่ต้องเสียเงินค่าไฟแพง 

      ในทุกทุกปี จะเห็นได้ว่าเมื่อเข้าสู่หน้าร้อนเมื่อไหร่ เรามักจะ ไม่ต้องเสียเงินค่าไฟแพง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบ้านไหนมีการใช้งานแอร์ ยอดค่าไฟจากเดิมจะถูกเรียกเก็บเงินเพิ่มมากขึ้นแพงมากเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่าเกิดจากการที่เรามีการใช้งานไฟฟ้ามากแต่ในขณะเดียวกันก็มีการใช้งานแอร์แบบไม่ถูกต้องอีกด้วย เรามาดูกันว่าการใช้แอร์ที่ไม่ถูกต้องนั้นมีการใช้งานแบบไหนบ้าง

      อย่างแรกเลยนับตั้งแต่ที่มีการติดตั้งแอร์ นั้นส่วนใหญ่แล้วมักจะเลือกแอร์ที่ติดห้องนั้นไม่ค่อยถูกต้องมากนัก เพราะเชื่อว่าหากใครที่ซื้อแอร์และไม่ได้มีการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการใช้แอร์แล้วล่ะก็ คนส่วนใหญ่อยากจะติดตั้งแอร์เพื่อให้บ้านของตัวเองนั้นเย็นมาก ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงอยากที่จะซื้อแอร์ที่มี บีทียู สูงสูง เพราะคิดว่ายิ่ง BTU มากก็จะยิ่งทำให้แอร์เย็น โดยที่ไม่ได้มีการคำนวนความกว้างของห้องที่จะนำแอร์ไปติดต่อที่ห้องเลย

     แต่คนหลายคนคงยังไม่รู้ว่า การที่เราซื้อแอร์ที่ BTU ไม่ต้องเสียเงินค่าไฟแพง  สูงถ้าหากนำไปติดตั้งในห้องที่มีขนาดไม่เหมะสม จะส่งผลทำให้คอมเพรสเซอร์เกิดปัญหาตัดบ่อย ส่งผลทำให้กินไฟมาก และในขณะเดียวกัน ถ้าหากเราเลือกซื้อแอร์ที่มี BTU ต่ำหรือน้อยไป ก็จะส่งผลทให้กินไฟ และเครื่องแอร์ทำงานหนัก  แน่นอนว่ามันจะส่งผลให้เราเสียค่าไฟเยอะมากนั่นเอง

     นอกจากนี้เราจะเห็นได้ว่า บางคนเมื่อซื้อแอร์ไปแล้ว แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเกิน 10 ปี แต่บางคนก็ยังใช้แอร์เครื่องเดิมอยู่และไม่ได้เปลี่ยนเครื่องใหม่เลย คนส่วนใหญ่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย เมื่อเห็นว่าแอร์ถึงจะเก่าแต่ก็ยังใช้งานได้จึงยังใช้งานเหมือนเดิมเรื่อยมา โดยไม่ได้รู้เลยว่าแอร์เก่านั้นจะทำให้เราต้องเสียเงินสำหรับซ่อมบำรุงแพง ดังน้น หากแอร์มีอายุการใช้งานมากกว่า 15 ปี ควรเปลี่ยนเครื่องใหม่จะดีที่สุด

       อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับการซื้อแอร์มาติดตั้งที่บ้านนั้น เราจำเป็นต้องดูจำนวนคนที่อาศํยอยู่ภายในบ้าน ขนาดของห้องที่เราจะนำแอร์มาติด และทิศทางในการติดตั้ง ซึ่งปัจจัยที่หมดเหล่านี้มีผลต่อการใช้งานแอร์ที่จะส่งผลโดยตรงต่อค่าไฟฟ้าอีกด้วย  หากเรานำแอร์มาติดแล้วไมได้ดูทิศทางที่ดี ตำแหน่งที่ติดนั้นไม่เหมาะ อย่างเช่น ติดในมุมอับ จะส่งผลทำให้แอร์ต้องทำงานหนักและเปลืองค่าไฟนั่นเอง ดังน้นสิ่งต่างต่างที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการใช้งานแอร์และทำให้เราไม่ต้องเสียเงินค่าไฟเยอะเกินไป

 

สนับสนุนโดย.  แจ้งฝาก-ถอน ufabet

จะรู้ได้อย่างไรว่าไฟฟ้าในบ้านของเรารั่วหรือไม่ 

           ไฟฟ้าในบ้านของเรารั่ว สำหรับเรื่องของการจัดการปัญหาภายในบ้านแล้ว อย่างหนึ่งที่เราไม่อยากให้บ้านของเรามีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นเลยนั่นก็คือ การที่มีปัญหาไฟไหม้  หรือมีไฟฟ้ารั่วภายในบ้าน เพราะว่าปัญหานี้คือ ปัญหาที่ร้ายแรงอย่างมากเลยทีเดียว  และเชื่อว่าทุกคนก็คงไม่อยากให้บ้านของตัวเองเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นอย่างแน่นอน 

          อย่างไรก็ตามสำหรับปัญหาไฟไหม้นั้น เราสามารถเพิ่มการระมัดระวังเกี่ยวกับการใช้ไฟได้ แต่สำหรับปัญหาไฟฟ่ารั่วแล้วล่ะก็ บางครั้งเราเองทั้งที่อยู่ภายในบ้านก็ไม่อาจที่จะรู้ได้ เพราะมันเป็นเรื่องที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ ถึงแม้ว่าเราจะพยายามใส่ใจมากแค่ไหนก็ตาม เราจะรู้ว่ามีไฟรั่วก็ต่อเมื่อมีการเกิดไฟฟ้าช๊อตแล้วนั่นเอง 

      อย่างไรก็ตามปัญหาไฟรั่วนั้น ไฟฟ้าในบ้านของเรารั่ว นับเป็นปัญหาที่มีความอัตราย ร้ายแรงเป็นอย่างมาก เพราะหากรั่วใส่คนก็อาจจะส่งผลทำให้คนเสียชีวิตได้ แต่หากรั่วกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอาจจะทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าพัง และที่สำคัญเราอาจจจะเจอกับปัญหาไฟไหม้บ้านได้ ดังนั้เราจึงต้องมีความใส่ใจเกี่ยวกับไฟฟ้าภายในบ้านของเราให้มาก เราจะมาแนะนำกันว่าหากไฟฟ้ารั่วแล้วเราจะมีวิธีการไหนที่จะทำให้เรารู้

          ให้เราลองปิดการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดแล้วหลังจากนั้นให้เราไปเช็คว่ามิเตอร์ไฟฟ้าที่เสาไฟ ยังคงทำงานอยู่หรือไม่ หากยังมีการหมุนอยู่แสดงว่ายังมีการใช้งานไฟฟ้าภายในบ้าน ดังนั้นหากเราปิดการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างแล้วสิ่งเดียวที่ทำให้มิเตอร์ยังคงทำงานได้นั่นก็คือ บ้านเรากำลังมีไฟรั่วอยู่นั่นเอง 

         อย่างไรก็ตามบางครั้งมิเตอร์อาจจะมีการหมุนช้าแล้วเราอาจจะไม่ค่อยได้สังเกตอย่างละเอียด ให้ลองจดเลขที่มิเตอร์เก็บเอาไว้ก่อน ซึ่งระหว่างนี้ก็ห้ามใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด แล้วหลังจากนี้ประมาณ 1-2 ชั่วโมงให้กลับมาดูที่มิเตอร์ใหม่ หากตัวเลขเปลี่ยนก็แสดงว่าไฟฟ้ารั่วนั่นเอง

  นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ที่สามารถวัดกระแสไฟฟ้าได้ว่า  อุปกรณ์ที่อยู่ในบ้านของเรามีไฟฟ้าหรือไม่ ด้วยการนำเอาอุปกรณ์นั้นไปแตะกับเครื่องใช้ไฟฟ้า ถ้าหากมีไฟสีแดงกระพริบขึ้นก็แสดงว่าอุปกรณ์ในบ้านชิ้นนั้นยังมีไฟฟ้าอยู่ ซึ่งอุปกรณ์นี้กำลังทำให้เกิดไฟรั่วอยู่นั่นเอง 

       อย่งไรก็ตาม ปกติแล้วหากมีปัญหาเกี่ยวกับไฟฟ้ารั่วนั้น จะส่งผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้นควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าให้รีบเข้ามาแก้ไขให้เร่งด่วนจะดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว หรือหากติดต่อการไฟฟ้าไม่ได้ก็รีบหาช่างที่เชี่ยวชาญเรื่องไฟฟ้าให้แก้ไขให้ด่วนที่สุด และระหว่างที่ยังไม่มีช่างมาซ่อมอย่าเพิ่งใช้งานไฟฟ้า

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฟรี 500

การจัดสวนที่สามารถทำการได้ง่ายและประหยัดงบด้วย

การจัดสวนประหยัดงบ เป็นสิ่งที่ได้มีความนิยมในการทำมากๆ ซึ่งเหมาะกับผู้ที่มีเวลาว่างๆไม่มีอะไรทำ หรือการที่เราได้มีพื้นที่ว่างแล้วเราไม่รู้ว่าจะมีการทำอะไรกับพื้นที่นั้นดี การจัดสวนจะเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ และยังจะเป็นสิ่งที่ทำให้บ้านของเรามีความสวยงามที่เพิ่มขึ้นมากๆเลยด้วย

นอกจากนี้การที่เราได้มี การจัดสวนประหยัดงบ ยังทำให้เราสามารถที่จะมีความผ่อนคลายที่เพิ่มมากขึ้นได้เป็นอย่างดีมากๆเลยด้วย และเรายังจะสามารถทำการจัดสวนเองได้ง่ายๆ แบบประหยัดงบด้วย วิธีในการจัดสวนแบบง่ายที่จะทำให้เราสามารถทำการจัดสวนที่มีความสวยงามได้ด้วยตนเองง่ายๆด้วยวิธีการจัดสวนดังนี้

1.การที่จะทำการจัดโดยใช้ดอกไม้สีสดๆ

ดอกไม้จะเป็นสิ่งที่ทำให้สวนของเรามีความน่าสนใจที่เพิ่มมากขึ้น และยังจะทำให้สวยของเรามีบรรยากาศดีๆด้วย ซึ่งจะเป็นสิ่งที่จะมีการเพิ่มความน่าสนใจให้กับสวนของเราได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้การที่เราได้มีการใช้ดอกไม้ที่มีสีสดใสในการตกแต่งสวนของเรายังจะทำให้สวนของเราดูมีเนื้อที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

2.การที่เราจะทำการใช้ก้อนหินในการตัดขอบ

การที่เราจะทำการใช้ก้อนหินจะเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการที่เราจะทำการตัดขอบของสวนของเรา และในการที่เราจะทำการใช้ก้อนหินในการตกแต่งยังจะเป็นสิ่งที่ทำให้สวนของเรามีการแบ่งพื้นที่ในการจัดได้อย่างมีความชัดเจนได้ง่ายและดีมากๆเลย ซึ่งในการที่เราจะทำการจัดวางหินที่สวนของเรานั้น เราก็ควรที่จะมีการเลือกใช้หินที่ได้มีลักษณ์ที่เหมือนกับต้นไม้ของเรา เพื่อที่จะทำให้สวนของเราเป็นระเบียบ และมีความสวยงามเพิ่มขึ้นมากๆ นอกจากนี้ก้อนหินจะมีราคาที่ถูกด้วย

3.การที่เราจะทำการปลูกต้นไม้ก่อนซื้อต้นไม้มาลง

ถ้าเราไม่ได้มีการรีบที่จะทำให้สวนของเราเสร็จไว้ๆนั้น การปลูกต้นไม้ก่อนการที่เราจะมีการซื้อต้นไม้ต่างๆมาลงจะทำให้เรามีความอยากที่จะดูแลรักษาสวนของเรามากกว่าการที่เราได้มีการซื้อต้นไม้มาปลูกด้วย

4.การที่เราจะทำการใส่ปุ๋ย

ซึ่งปุ๋ยจะเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อสวนของเรามากๆ เพราะว่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้สวนของเรามีความสวยงาม และจะเป็นสิ่งที่ทำให้ดินของเรามีสารอาหารที่เพิ่มมากขึ้นด้วย

 

ขอบคุณ  sexybaccarat   ที่ให้การสนับสนุน

สไตล์การตกแต่งห้องนอนด้วยวอลเปเปอร์ต่างๆ

การตกแต่งห้องนอน วอลเปเปอร์จะเป็นสิ่งที่เรานำมาทำการติดตกแต่งห้องของเรา เพื่อที่จะทำให้ห้องของเราดูน่าอยู่ และมีบรรยากาศดีที่ดีมากขึ้น หรือจะเป็นสิ่งที่เราจะทำการติดเพื่อทำการเปลี่ยนสี หรือเปลี่ยนสไตล์ให้กับห้องนอนของเราให้ดูมีความน่าสนใจและเป็นการสร้างบรรยากาศให้กับห้องนอนของเรา

ซึ่งวอลเปเปอร์จะมีลวดลาย และสีต่างๆให้เราได้เลือกใช้มากมายหลายแบบเลย โดยที่วอลเปเปอร์นั้นเราจะสามารถทำการนำมาตกแต่งห้องได้มากมายดังนี้

  1. การที่เราจะทำการตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์ที่เป็นสีเทา

การที่เราได้ทำการตกแต่งห้องด้วยวอลเปเปอร์ที่เป็นสีเทานั้น จะทำให้ห้องของเราได้บรรยากาศแบบโมเดิร์นมาก โดยที่เราจะสามารถทำการออกแบบในการติดวอลเปเปอร์เองได้เลย เช่นการที่เราจะทำการตกแต่งด้วยสีเทาที่ไม่มีลวดลายเราก็จะสามารถทำการตกแต่งให้ห้องของเราดูมีมิติได้ด้วย การที่เราจะนำสีเทาที่เข้มกว่าทำการติดไว้ที่กลางห้อง และทำการติดวอลเปเปอร์สีเทาที่อ่อนกว่าติดไว้รอบห้อง จะทำให้ห้องของเราดูมีมิติได้ง่ายๆเลย

  1. การที่เราจะทำการใช้วอลเปเปอร์ลายธรรมชาติในการตกแต่ง

การตกแต่งห้องนอน จะเป็นวอลเปเปอร์แบบธรรมชาติที่จะทำให้ห้องของเราดุมีความดิบมากขึ้น แต่จะดูมีความเป็นธรรมชาติ เช่นการที่เราจะทำการตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์ที่มีลวดลายเป็นอิฐแต่จะมีสีอ่อน ที่จะทำให้ห้องของเรานั้นรู้สึกสบายตา ปลอดโปร่ง และยังจะทำให้ห้องของเราดูอึดอัดน้อยลงกว่าเดิมด้วย

  1. การที่เราจะทำการตกแต่งห้องนอนด้วยวอลเปเปอร์สวยๆ

เหมาะกับผู้คนที่ชื่นชอบในความสดใส หรือมีความชื่นชอบกับสิ่งที่น่ารัก การที่เราทำการใช้วอลเปเปอร์ที่เป็นลายแผนที่ที่มีสีน่านักนั้น ก็จะเป็นอีกสิ่งที่เราจะสามารถทำการนำมาตกแต่งห้องของเรา เพื่อที่จะเพิ่มความสดใสและโดดเด่ยได้เป็นอย่างดีเลย

  1. การที่เราจะทำการตกแต่งโดยที่ใช้วอลเปเปอร์ลายปูนเปลือย

จะเป็นการที่เราจะทำการติดวอลเปเปอร์ที่จะทำให้ห้องของเราดูมีความเท่ มีความดิบ และยิ่งเราทำการตกแต่งวอลเปเปอร์ที่เป็นปูลเปลือยสีเทา และทำการตัดด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นไม้ จะทำให้ห้องของเราดูมีความเท่ ดิบ แต่จะมีความอบอุ่น และความลอฟท์เข้าในการตกแต่งด้วย

 

สนับสนุนโดย.    gclubฟรี500

วิธีในการที่เราจะทำการเลือกพื้นที่ที่ใช้ใน การปลูกผักสวนครัว

การที่เรามีพื้นที่เหลือว่างนั้น การปลูกผักสวนครัว เราก็อาจจะทำการหาอะไรทำกับพื้นที่ที่ว่างของเรา แล้วการที่เราจะมีการทำสวน หรือการที่เราจะทำการปลูกผักนั้น ก็จะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำการได้ และการที่เราทำการปลูกผัก หรือทำสวนนั้น เราก็จำเป็นที่จะต้องมีการใช้พื้นที่ว่างในการทำด้วย 

ซึ่งเป็นสิ่งที่เหมาะกับการที่เราจะทำมากๆ แต่ในการที่เราจะมีการทำการจัดสวนของเรา หรือการที่เราจะทำการปลูกผักนั้น เราก็จำเป็นที่จะต้องมีการเลือกพื้นที่ที่เราจำเป็นที่จะต้องใช้ในการปลูกผักและทำสวนของเราก่อน เพื่อที่จะทำให้ผักที่เราทำการปลูกนั้นสามารถที่จะเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี

ซึ่งพื้นที่ในการปลูกผักหรือปลูกต้นไม้นั้นก็จะเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากด้วย เพราะว่าในสภาพวาดล้อมที่ต่างกันนั้น ต้นไม้หรือผักต่างๆของเราก็อาจจะเจริญเติบโตได้ไม่เท่ากันด้วย โดยที่เราจะมีวิธีในการที่เราจะเลือกพื้นที่ที่เราจะใช้ในการปลูกผักและต้นไม้ดังนี้

  1. การที่เราจะทำการเลือกสภาพพื้นที่ในการปลูก

การปลูกผักสวนครัว พื้นที่ในการที่เจะทำการปลูกนั้นก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอีกสิ่ง เช่นในการที่เราจะทำการปลูกผักสวนครัวเราก็จะสามารถทำการปลูกได้ในพื้นที่ที่เป็นแนวราบหรือมีความสม่ำเสมอ ก็สามารถที่จะทำการปลูกได้แล้ว แต่ถ้าจะเป็นการปลูกที่ดีกว่านั้นจะเป็นพื้นที่ที่เทลาดลงไปเล็กน้อย เพื่อที่จะทำให้น้ำที่เราทำการลดต้นไม้ไปนั้น ระบายออกได้เป็นอย่างดีมากที่สุด หรือจะเป็นพื้นที่ที่น้ำสามารถทำการระบายออกได้ดีที่สุดนั้นเอง

  1. การที่เราจะทำการเช็คลักษณะของดิน

จะเป็นการที่เราจะทำการเช็คว่าดินในพื้นที่ที่เราจะทำการปลูกผักหรือต้นไม้ของเรานั้น ได้มีความอุดมสมบูรณ์มากหรือน้อยเพียงใด และถ้าเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์มากนั้น ผักของเราจะมีการเจริญเติบได้ดีมากขึ้นเท่านั้น นอกจากการที่ผักของเราสามารถทำการเจริญเติบโตได้เร็วแล้วนั้น ผักของเรายังจะสามารถทำการต้านทานแมลง หรือโรคต่างๆได้ด้วย และดินที่เราควรที่จะทำการปลูกผักนั้นก็จะเป็นดินร่วน ที่มีการระบายน้ำได้ดีนั้นเอง

 

สนับสนุนโดย.    ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

ดูแลสนามหญ้า อย่างไรให้สวยงามอยู่ทุกวัน 

          ปัจจุบันบ้านหลายหลังเพิ่มความสวยงามให้กับบ้านของตัวเอง ด้วยการทำสวนบริเวณรอบบ้านให้มีความสวยงามด้วยการปลูกหญ้า ดูแลสนามหญ้า  แน่นอนว่าการปลูกหญ้านั้นไม่ใช่ว่าปลูกแล้วจะปล่อยให้หญ้าเจริญเติบโตเอง เพราะหากปลูกแล้ว เราไม่หมั่นดูแลสนามหญ้าของเรา

ก็จะส่งผลทำให้หญ้าของเรานั้น ไม่สวยงามและอาจจะเหี่ยวตายได้ ซึ่งจะส่งผลให้บางจุดอาจจะมีหญ้าสีเขียวขึ้น แต่บางจุดจะกลายเป็นดิน ทำให้สนามหญ้าของเราไม่สวยงาม ดังนั้นครั้งนี้เราจะมาแนะนำการดูแลสนามหญ้า ว่าต้องทำอย่างไรบ้างถึงจะทำให้สนามหญ้าของเราเขียวขจี สวยงามอยู่ตลอดเวลา 

         อย่างแรกในการสร้างสนามหญ้านั้น เราจำเป็นต้องเลือกหญ้าให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่เราจะปลูก เพราะปัจจุบันประเทศไทยมีหญ้าที่เหมาะกับการปลูกเป็นสนามหญ้าถึง 4 สายพันธุ์เลยทีเดียว แต่หญ้าแต่ละสายพันธุ์นั้นก็มีลักษณะการต้อง ดูแลสนามหญ้า เอาใจใส่ที่แตกต่างกันออกไป เช่น หญ้านวลน้อย  เป็นหญ้าที่คนนิยมปลูกันเยอะ ชอบพื้นที่ที่มีแดดส่องถึงแบบจัดจัด  และจะปลูกกับดินแบบไหนก็ได้ สามารถรองรับการเหยียบได้ 

       ในขณะเดียวกัน หญ้าญี่ปุ่นที่มีลักษณะเหมือนกับหญ้านวลน้อยแต่สวยงามกว่า กลับชอบแดดไม่จัด  และยังมีหญ้ามาเลเซีย ที่สามารถอยู่ได้ไม่ว่าแดดจะจัดหรือจะเป็นแดดรำไร แต่ไม่สามารถทนการโดนเหยียบได้  และหญ้าสายพันธุ์สุดท้ายคือ หญ้าเบอร์มิวด้า  ซึ่งหญ้าชนิดนี้ จะปลูกกลางแจ้งได้ผลดี และไม่จำเป็นที่จะต้องดูแลมาก แต่จะโตเร็วมาก หากไม่มีเวลาดูแลจะทำให้สนามหญ้าดูรกทันที

      เมื่อเราเลือกหญ้าที่จะปลูกได้แล้ว  ก็ถึงขึ้นตอนการปลูกซึ่งการปลูกเราสามารถจ้างคนสวนมาทำการปลูกให้ได้ แต่เมื่อปลูกเสร็จแล้ว การดูแลนั้นจะขึ้นอยู่กับเจ้าของบ้านเอง หากเราอยากให้สนามหญ้าหน้าบ้านสวยงาม  เราควรตั้งหมั่นรดน้ำ ซึ่งเราสามารถรดน้ำแบบวันเว้นวัน หรือจะรดทุกวันก็ได้ แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการรดน้ำที่สนามหญ้ามากที่สุด คือเวลาเช้า เช่น หกโมงเช้าและไม่ควรเกิน 7 โมงเข้า 

       สำหรับการรดน้ำนั้นควรรดให้เพียงพอ อย่างรดเยอะมากไปจนน้ำเจิ่งนอง หรือไม่ควรลดน้อยไปเพราะหญ้าจะเหี่ยวได้  และรดเพียงแค่วันละครั้งเท่านั้น นอกจากนี้เราใครดูแลใส่ปุ๋ยให้กับสนามหญ้าของเรา  โดยทุกทุกหนึ่งเดือนควรใส่ปุ๋ยหนึ่งครั้ง  พร้อมกันนี้ก็ควรหมั่นดูแลหญ้าด้วยว่ามีวัชพืช มาขึ้นหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องกำจัดออกไป  

     สิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือ เราต้องหมั่นตัดหญ้าบ่อยบ่อยเพื่อให้สนามหญ้าของเราเกิดความสวยงาม  และจะได้ไม่เป็นที่อยู่ของสัตว์มีพิษ  ที่สำคัญหญ้าที่ขึ้นใหม่จะสีเขียวขจีแลดูสวยงาม 

 

สนับสนุนโดย    ufabetฝ่ายบริการ

การทำความสะอาดกระจกให้ห้องน้ำให้กลับมาใสกิ๊ก

           ใครที่มีห้องน้ำติดกระจกไม่ว่าจะเป็นกระจกกั้นตรงประตูห้องน้ำหรือกระจกสำหรับส่องจะเห็นได้ว่ามักจะมีค่าติดเกาะกับกระจกเต็มไปหมดซึ่งคราบดังกล่าวเหล่านั้นก็คือคราบของสบู่ที่เราใช้ในการอาบน้ำนั่นเองและแน่นอนว่า

ถ้าหากเราล้างทันทีคราบนั้นก็จะไม่ติดฝังแน่นอย่างแน่นอนแต่ถ้าเกิดว่าเราทิ้งไว้นานเกินไปถ้าแบบนั้นเวลาที่ล้างออกนั้นจะล้างออกได้ยากมากเลยทีเดียวเพราะมันจะกลายเป็นคราบที่เกาะติดฝังแน่นจนเพียงแค่เราเอาน้ำฉีดอย่างเดียวนั้นก็ไม่สามารถกำจัดคราบเหล่านี้ได้ 

       ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำคุณแม่บ้านเกี่ยวกับวิธีการทำความสะอาดกระจกขึ้นอยู่ในห้องน้ำกันให้กระจกที่มีค่าสบู่กลับมาเป็นกระจกที่มีความใสกิ๊กที่สำคัญคุณแม่บ้านไม่ต้องเสียเวลาในการกำจัดคราบนานและไม่ต้องออกแรงมากก็สามารถที่จะกำจัดคราบเหล่านั้นได้แล้วเรามาดูกันว่ามีสูตรและเคล็ดลับอย่างไรได้บ้างที่จะสามารถ กำจัดคราบฝังแน่นจากสบู่และยาสระผมให้หายไป 

       สำหรับวิธีการแรกนั้นเราจะใช้เป็นการผสมกันระหว่างน้ำส้มสายชูกับน้ำยาล้างจานซึ่งแน่นอนว่าบ้านทุกบ้านนั้นย่อมมีน้ำยาล้างจานอยู่ในครัวและมีน้ำส้มสายชูอยู่ในครัวเช่นเดียวกันดังนั้นเราสามารถผสมทั้ง 2 สิ่งนี้ด้วยสูตร 1 ต่อ 1 หลังจากที่ผสมแล้วให้นำไปใส่ในขวดสเปรย์หลังจากนั้นก็ปิดฝาและพยายามเขย่าให้น้ำส้มสายชูและน้ำยาล้างจานนั้นผสมกันจนเกิดเป็นเนื้อเดียวกันเมื่อผสมเสร็จเรียบร้อยแล้ว

แล้วก็นำขวดสเปรย์ที่เรามีการผสมน้ำยาไว้เสร็จเรียบร้อยแล้วไปฉีดตรงบริเวณที่กระจกที่เราต้องการทำความสะอาดหลังจากนั้นก็ทำการขัดทำความสะอาดแต่ถ้าหากบ้านไหนไม่มีขวดสเปรย์แล้วก็สามารถที่จะผสมใส่กะละมังหลังจากนั้นก็ใช้ฟองน้ำชุบแล้วเช็ดทำความสะอาดได้เช่นเดียวกัน 

          สำหรับสูตรเอามานั้นเราจะใช้เป็นการนำน้ำมะนาวที่มีอยู่ในครัวผสมกับเบกกิ้งโซดาที่มีอยู่ในครัวเช่นเดียวกันโดยเราใช้เพียงแบคกิ้งโซดา 1ช้อนโต๊ะเท่านั้นในขณะที่น้ำมะนาวนั้นเราอาจจะต้องใช้ปริมาณถึง 1 ถ้วยตวงเมื่อผสมกันเสร็จเรียบร้อยแล้วถ้าหากข้นมากจนเกินไปเราสามารถเติมน้ำเปล่าลงไปได้เล็กน้อยหลังจากนั้นก็นำไปใช้ทำความสะอาดกระจกรับรองได้เลยว่าสะอาดเหมือนใหม่อย่างแน่นอน

     อย่างไรก็ตามไม่ว่าคุณจะใช้สูตรไหนก็ตามแต่เมื่อคุณทำเสร็จเรียบร้อยแล้วอย่าลืมล้างด้วยน้ำสะอาดที่เป็นน้ำเปล่าใหม่อีกครั้งหนึ่งแล้วทำการเช็ดกระจกให้แห้งเพียงเท่านี้กระจกของคุณก็จะใหม่กิ๊กอย่างแน่นอน 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.      sa gaming เข้าสู่ระบบ

การดูแลพื้นไม้ ให้สะอาด 

           ปัจจุบันในประเทศไทยการสร้างบ้านนั้นจะทำ 2 แบบนั่นก็คือวัสดุที่สร้างมาจากปูนและวัสดุที่สร้างมาจากไม้ซึ่งแน่นอนว่าบ้านแต่ละหลังก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของบ้านนั้นชื่นชอบบ้านแบบไม้หรือบ้านแบบปูน  อย่างไรก็ตามในสมัยโบราณนั้นส่วนใหญ่แล้วจะมีการสร้างบ้านมาจากไม้เนื่องจากว่าต้นไม้ขนาดใหญ่พอที่จะสร้างบ้านนั้นหาง่ายและไม่ต้องเสียเงินในการหาซื้อ

        ปัจจุบันนั้นการสร้างบ้านแบบปูนจะช่วยทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าเนื่องจากว่าต้นไม้เป็นสิ่งที่หายากปัจจุบันนี้มีการรณรงค์เกี่ยวกับเรื่องของการตัดต้นไม้และถ้าหากเราไปตัดเองตามป่าก็จะทำผิดกฎหมายซึ่งอาจจะทำให้ถูกจับได้และการซื้อไม้มาสร้างบ้านนั้นก็ใช้เงินเป็นจำนวนมากทำให้เพื่อความประหยัดคนในปัจจุบันจึงมักสร้างบ้านแบบปูนนั้นเอง

     แต่สำหรับปัญหาของคนที่มีบ้านเป็นไม้คุณจะเห็นได้ว่าถ้าหากมีอายุการใช้งานต่อไปเรื่อยๆก็จะมีร่องรอยของการถูกขีดข่วนไม้ของคุณนั้นก็จะมีลวดลายซึ่งไม่สวยงามดังนั้นวันนี้เราจะมาดูวิธีแก้ไขปัญหารอยขีดข่วนบนพื้นไม้ของคุณให้กลับมาดูดีได้เหมือนเดิม 

       อย่างไรก็ตามการลบรอยขีดขูดพื้นไม้ของเราให้กลับมาสวยงามดังเดิมนั้นมันไม่สามารถทำได้อยู่แล้วเพียงแต่ว่าเราสามารถที่จะทำให้รอยต่อต่างๆเหล่านั้นลดลงไปได้และอาจจะยับยั้งไม่ให้มีโอกาสเกิดริ้วรอยขึ้นมาใหม่เพิ่มเติมได้ซึ่งวิธีการแรกนั้นก็คือการใช้นำส้มสายชูผสมกับน้ำมันพืชเช็ดทำความสะอาดพื้นไม้ของบ้านของเราโดยอัตราส่วนในการผสมนั้นให้ผสมในอัตราส่วนที่เท่ากัน 1 ต่อ 1 หลังจากนั้นเราก็หาผ้าสะอาดมาชุบน้ำยาที่เราผสมแล้วเช็ดตามพื้นตามปกติซึ่งมันจะสามารถทำให้พื้นไม้ของเราที่มีร่องรอยของการขูดขีดไม่เรียบนั้นกลายมาเป็นพื้นที่เรียบเนียนได้

       นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดจากส่วนผสมที่ทำมาจากน้ำมะนาวและน้ำมันมะกอกผสมกับน้ำเปล่า 3 ส่วนเท่าๆกันเอาไว้เช็ดทำความสะอาดพื้นได้เช่นเดียวกันซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากมีคราบสกปรกฝังแน่นตามร่องไม้น้ำยาที่เรามีการผสมทั้ง 3 ส่วนนี้จะสามารถช่วยกำจัดคราบต่างๆเหล่านั้นได้

          ถ้าหากพื้นไม้ของเรามีค่าเป็นพวกคราบน้ำมันเกาะติดกับพื้นไม้สามารถใช้เกลือลอยไปตรงบริเวณที่เกิดคราบน้ำมันแล้วทิ้งไว้ประมาณซัก 15 นาทีเพื่อให้เกลือนั้นดูดซับคราบน้ำมันเหล่านั้นหลังจากนั้นก็ใช้ผ้าชุบน้ำทำความสะอาดตรงบริเวณที่เป็นคราบน้ำมันตามปกติเพียงเท่านี้ครับต่างๆบริเวณพื้นไม้ของเราก็จะหายไปและกลับมาใช้งานได้ตามปกติ

       อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นการกำจัดคราบโดยวิธีการใดก็แล้วแต่หลังจากที่คุณเช็ดด้วยน้ำยาต่างๆหรือโรยด้วยเกลือเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็อย่าลืมถูพื้นทำความสะอาดบ้านตามปกติซึ่งวัสดุที่ใช้นั้นควรเป็นผ้าที่มีความนุ่มเพื่อป้องกันที่จะทำให้พื้นบ้านเกิดรอยขีดข่วนได้นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย    ติดต่อ ufabet

ถุงมือยางทำความสะอาดอย่างไรถึงจะสามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน

          ปัจจุบันถุงมือยางมีความจำเป็นต่อการใช้งานของคนเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เราต้องใช้ถุงมือยางสวมถุงมือในการทำความสะอาดห้องน้ำหรือแม้แต่การทำความสะอาดบ้านอยู่ในครัวเพราะการที่เราใส่ถุงมือยางนั้นมันจะสามารถช่วยป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดกับมือเราได้

ในขณะที่เราทำงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการป้องกันน้ำยาที่เราใช้ในการทำความสะอาดจะมากัดผิวตรงบริเวณมือของเราเพื่อป้องกันการเกิดการแพ้น้ำยาทำความสะอาดหรือแม้แต่การใส่ถุงมือเพื่อทำการป้องกันสิ่งสกปรกพี่อาจจะเปลี่ยนมือได้นั่นเอง

      อย่างไรก็ตามการใช้ถุงมือในแต่ละครั้งนั้นมักจะเกิดปัญหาถุงมือเปียกหรือไม่ก็เมื่อมีการใช้งานไปนานๆอาจจะทำให้ถุงมือนั้นมีกลิ่นหรือบางทีความชื้นจากการที่เราใช้งานถุงมืออาจจะทำให้เกิดเชื้อราได้ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำถึงวิธีการทำความสะอาดถุงมือให้ว่าทำยังไงถึงมือของเรานั้นจะสามารถยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้นนั่นเอง 

       หลังจากที่เรามีการใช้งานถุงมือยางเสร็จเรียบร้อยแล้วเราจำเป็นที่จะต้องนำถุงมือยางนั้นมาล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่งโดยล้างทั้งข้างนอกและข้างในเมื่อเห็นว่าสะอาดเรียบร้อยแล้วให้เรานำไปตากผึ่งลมไอแห้งให้สนิทโดยให้แห้งทั้งด้านนอกและด้านใน และที่สำคัญห้ามนำไปผึ่งแดดอย่างเด็ดขาดเพราะมันจะทำให้ถุงมือยางของคุณนั้นกรอบและเสื่อมประสิทธิภาพได้เร็วขึ้น

       นอกจากนี้หลังจากที่มีการตากถุงมือจนแห้งทั้งด้านนอกด้านในเสร็จเรียบร้อยแล้วคุณควรที่จะนำถุงมือยางของคนนั้นไปเก็บในพื้นที่ที่มีความมิดชิด  โดยห้ามโดนแสงแดดและให้เก็บไว้ห่างจากความร้อนที่สำคัญอย่าเก็บไว้ใกล้กับภาชนะที่เป็นของแหลมและของมีคมเพราะมันอาจจะทำให้ถุงยางของคุณไปโดนอุปกรณ์เหล่านั้นแล้วเกิดการฉีกขาดๆ

      เวลาที่คุณใช้ถุงมือยางนั้นควรจะต้องมีการแยกถุงมือยางในการทำความสะอาดแต่ละที่เช่นการใช้ถุงมือยางทำความสะอาดในห้องน้ำก็จะต้องใช้อีกคู่หนึ่งหรือใช้ใส่ถุงมือยางในการทำความสะอาดในห้องครัวก็ควรจะใช้อีกคู่หนึ่งอย่าใช้งานประกนกันและที่สำคัญคุณควรจะแยกสีถุงมือยางว่าสีไหนเอาไว้ใช้ทำความสะอาดห้องไหน  แยกการใช้งานแต่ละที่คนละสีจะส่งผลดีมาก  เพื่อที่คุณจะได้ไม่เกิดความสับสนนั่นเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    gclub online ผ่านเว็บ

ข้อดีและข้อเสียของการที่บ้านที่ทำการสร้างเป็นผนังเบา

การที่เราจะทำการสร้างบ้านนั้น เราก็จำเป็นที่จะต้องมีการดูวัสดุในการสร้างบ้านต่างๆก่อนเลย ซึ่งวัสดุในการที่จะใช้สร้างบ้านของเราก็จะมีให้เราเลือกนั้นจะมีอยู่หลากหลายแบบให้เราสามารถเลือกได้ตามใจชอบเลย และวัสดุของผนังบ้านของเราก็เป็นอีกสิ่งที่จะมีความสำคัญเช่นกัน

เพราะว่าการที่เราจะทำการแบ่งห้องต่างๆภายในบ้านของเรา เราก็จำเป็นที่จะต้องมีการใช้ผนังในการแบ่งห้องของเรา ซึ่งวัสดุที่ได้รับความนิยมในการทำผนังในการแบ่งห้องของเรานั้น ก็จะมีผนังเบาที่เป็นวัสดุที่มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายกันในปัจจุบันเลย ซึ่งการที่เราทำการใช้ผนังเบาในการที่ทำผนังบ้านของเราก็จะมีข้อดีและข้อเสียในการที่เราใช้ทำอีกด้วย โดยที่จะมีข้อดีและข้อเสียในการใช้ผนังเบาดังนี้

  1. เป็นแผ่นผนังที่มีความเหมาะสม

วัสดุในการที่เราจะมีการใช้ในการทำผนังนั้น ก็จะมีหลายแบบในเราสามารถที่จะเลือกใช้ได้เลย ไม่ว่าจะเป็น แผ่นไม้อัด กระเบื้องซีเมนส์ เป็นต้น แต่ในปัจจุบัน แผ่นผนังเบาจะเป็นวัสดุที่มีความยืดหยุนนั้นสูงมาก ติดตั้งได้ง่ายๆ และมีราคาที่ไม่ได้แพงมากด้วย

  1. ผนังเบาจะเป็นผนังที่ไม่ต้องมีการใช้ขารองรับ

ซึ่งในการที่เราทำการใช้ผนังเบาเราก็จำเป็นที่จะต้องมีการใช้โครงที่แข็งแรงแต่ไม่จำเป็นที่จะต้องมีการใช้คานก็ได้ เพราะว่าการที่เราจะที่การใช้คานนั้น จะจำเป็นที่จะต้อใช้ เพื่อที่จะทำการเพิ่มความแข็งแรงให้กับตัวผนังบ้านของเราสำหรับผนังที่เป็นผนังที่มีน้ำหนักที่เยอะ ซึ่งผนังหนังเบาจะมีน้ำที่หนักน้อยกว่าจึงไม่จำเป็นที่จะต้องมีการใช้คานเลย และผนังเบายังจะเป็นผนังที่เราสามารถทำการต่อเติมบ้านในภายหลังได้ง่ายๆด้วย

  1. การที่เราจะทำการเพิ่มความแข็งแรง เมื่อจะทำการแชวนขงที่มีน้ำหนักเยอะ

การที่เราจะทำการแขวนของที่มีน้ำหนักที่เยอะ สำหรับผนังเบานั้น เราก็จำเป็นที่จะต้องมีการเพิ่มความแข็งแรงให้กับผนังบ้านของเราด้วย ไม่ว่าจะเป็นการที่เราจะทำการแขวนโทรทัศน์ หรือรูปใหญ่ๆ เราก็จำเป็นที่จะต้องมีการ เพิ่มความแข็งแรงให้กับผนังของเราก่อนด้วย

  1. ผนังเบาจะสามารถที่จะใช้ได้เพียงแค่บ้างห้องเพียงเท่านั้น

การที่เราจะทำการใช้ผนังเบาในการทำบ้านนั้น เราก็จะสามารถทำการใช้ได้แค่เพียงบ้างห้อง เพียงเท่านั้น ซึ่งในการที่เราจะนำเอาผนังเบาไปใช้ในการทำห้องน้ำนั้น ก็จะไม่ได้มีความเหมาะสมมากๆ เพราะว่าน้ำจากการที่เราใช้งานห้องน้ำนั้น ก็จะสามารถซึมเข้าไปในรอยต่อของผนังของเราได้ และทำให้ห้องของเรามีความเสียหายได้มากเลย

 

สนับสนุนโดย  UFABET เว็บตรง